ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งระบบชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน

//ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งระบบชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน

ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งระบบชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน

By | 2022-02-08T15:34:02+07:00 กุมภาพันธ์ 8th, 2022|อินโฟกราฟิก|

สำหรับผู้ที่มียานยนต์ไฟฟ้าและต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน ควรมีการพิจารณา/ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบไฟฟ้าภายในบ้านเกิดปัญหา โดยสิ่งที่ควรจะพิจารณา/ตรวจสอบ มีดังนี้

  1. ขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า : โดยปกติขนาดมิเตอร์ของบ้านพักอาศัยทั่วไปจะใช้เป็น Single-Phase 15(45) A ซึ่งหมายถึง มิเตอร์ขนาด 15 A สามารถใช้ไฟได้มากถึง 45 A แต่สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าภายในบ้านนั้น โดยทั่วไป เครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าภายในบ้านจะใช้กำลังไฟสูงถึง 32 A ซึ่งหากมีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟหลายชนิดพร้อมกับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะทำให้กำลังไฟไม่เพียงพอ และมีโอกาสที่ทำให้ไฟตกได้ ดังนั้น ทางการไฟฟ้าจึงได้มีการแนะนำให้เปลี่ยนขนาดมิเตอร์เป็น Single-Phase 30(100) A หรือ 3-Phase 15(45) A เพื่อให้มิเตอร์มีขนาดใหญ่ขึ้น ป้องกันการใช้ไฟฟ้าที่มากเกินไป
  2. เปลี่ยนสายเมน และลูกเซอร์กิต (MCB) : สำหรับสาย Main ที่ใช้ขนาด 16 ตร.มม. จะต้องปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 25 ตร.มม. และเปลี่ยนลูกเซอร์กิต (MCB) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกันร่วมกับตู้ MDB ที่สามารถรองรับได้สูงสุด 100 A
  3. ตู้ควบคุมไฟฟ้า (MDB) : ตรวจสอบภายในตู้ว่ามีช่องว่างสำรองเหลือให้ติดตั้ง Circuit Breaker อย่างน้อย 1 ช่อง เนื่องจากการชาร์จไฟของยานยนต์ไฟฟ้านั้นจะต้องมีช่องส่วนตัว แยกใช้งานกับเครื่องไฟฟ้าอื่น ๆ หรือหากภายในตู้หลักไม่มีช่องว่าง ก็สามารถเพิ่มตู้ควบคุมย่อยได้
  4. เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) : เป็นเครื่องตัดไฟอัตโนมัติที่จะตัดวงจรไฟฟ้า เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าออกมีค่าไม่เท่ากัน ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และเกิดเพลิงไหม้ในอนาคตได้ ในกรณีที่สายชาร์จไฟฟ้ามีระบบตัดไฟภายในตัวอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องติดตั้งเพิ่ม ทั้งนี้ เครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ดีควรมีระบบตัดไฟอย่างน้อย RCD type A โดยมีระบบตรวจจับ DC leakage protection 6 mA (การป้องกันกระแสไฟตรงรั่วไหล)
  5. เต้ารับ (EV Socket) : สำหรับการเสียบชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นชนิด 3 รู (มีสายต่อลงดิน) และต้องทนกระแสไฟฟ้าได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 16 A
  6. ระยะทางจากจุดติดตั้งเครื่องชาร์จจนถึงตัวรถ ไม่ควรเกิน 5 เมตร เนื่องจากสายเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า โดยทั่วไป จะอยู่ที่ 5-7 เมตรเท่านั้น และควรเลือกจุดที่มีหลังคาเพื่อป้องกันละอองฝน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการกันน้ำของเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้านั้น ๆ ด้วย