รูปแบบการประยุกต์ใช้งาน Grid Scale BESS ร่วมกับระบบไฟฟ้า

//รูปแบบการประยุกต์ใช้งาน Grid Scale BESS ร่วมกับระบบไฟฟ้า

รูปแบบการประยุกต์ใช้งาน Grid Scale BESS ร่วมกับระบบไฟฟ้า

By | 2025-07-07T22:11:38+07:00 กรกฎาคม 7th, 2025|อินโฟกราฟิก|

รูปแบบการประยุกต์ใช้งาน Grid Scale BESS ร่วมกับระบบไฟฟ้า

ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อการลดความผันผวนและความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เนื่องจากสามารถช่วยให้เกิดการกักเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้หรือส่งจ่ายไปยังพื้นที่หรือช่วงเวลาอื่น ๆ เมื่อจำเป็นเพื่อทำให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง (Stability) ยั่งยืน (Sustainability) ยืดหยุ่น (Flexibility) และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในระบบไฟฟ้า (Resilience) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรูปแบบ การใช้งาน BESS ขนาดใหญ่ร่วมกับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Scale) ตามลักษณะการให้บริการ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1.การใช้งาน BESS เพื่อให้บริการในตลาดพลังงานและกำลังไฟฟ้า (Energy & Capacity Services)

มีวัตถุประสงค์เพื่อเลื่อนการใช้ไฟฟ้า (Demand) และการผลิตไฟฟ้า (Generation) ไปยังช่วงเวลาหรือพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งมีรูปแบบการประยุกต์ใช้ BESS ที่เกี่ยวข้อง 3 ประเภท ได้แก่

  • การเลื่อนช่วงเวลาใช้และสร้างกำไรจากส่วนต่างราคาพลังงาน (Energy Arbitrage)
  • การลดความผันผวนของกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE Capacity Firming)
  • การเลื่อนการใช้พลังงานเพื่อลดความต้องการสูงสุด (Load Shifting/Peak Shaving)

2.ให้บริการในระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้า (Transmission & Distribution Services)

มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานเพื่อลดหรือเลื่อนความจำเป็นในการลงทุนขยายโครงสร้างระบบส่งและระบบจำหน่ายเป็นหลัก ซึ่งมีรูปแบบการประยุกต์ใช้ที่เกี่ยวข้องดังนี้

  • การลดความแออัดในระบบส่งและระบบจำหน่าย (Transmission & Distribution Congestion Relief)
  • การชะลอการลงทุนขยายระบบส่งและระบบจำหน่าย (Transmission & Distribution Upgrade Deferral)
  • การควบคุมแรงดันไฟฟ้าในระบบจำหน่าย (Distribution Voltage Support)

3.การให้บริการเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้า (Ancillary Services)

มีวัตถุประสงค์ในการรักษาสมดุลให้แก่ระบบไฟฟ้าทั้งในแง่ของแรงดัน (Voltage) ความถี่ (Frequency) หรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่สามารถส่งผลกระทบถึงความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม ซึ่งมีรูปแบบการประยุกต์ใช้ที่เกี่ยวข้องดังนี้

  • การเป็นกำลังไฟฟ้าสำรองสำหรับรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน (Contingency Reserves)
  • การเป็นกำลังไฟฟ้าสำรองสำหรับรักษาระดับความถี่ (Frequency-Responsive)
  • การเป็นกำลังไฟฟ้าสำรองสำหรับรองรับความผันผวนฉับพลัน (Ramping Capacity)
  • การรักษาสมดุลในระบบไฟฟ้า (Balancing)
  • การควบคุมแรงดันไฟฟ้าของระบบโดยรวม (System Voltage Support)

บริการอื่น ๆ อาทิ การฟื้นฟูระบบไฟฟ้าหลังไฟดับทั้งระบบ (Black Start Capacity), การรักษาความเฉื่อยให้แก่ระบบไฟฟ้า (Inertia) เป็นต้น