
การออกแบบนโยบายพลังงานหมุนเวียนในอนาคตจะไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสำคัญกับระบบไฟฟ้า ที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความมั่นคงด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยในภาพรวมมีหลักคิดที่สำคัญ 5 ส่วน ดังนี้
- นโยบายต้องปรับให้ทันการเปลี่ยนแปลง
นโยบายควรมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี ต้นทุน และความต้องการของระบบไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อให้การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด - เลือกใช้พลังงานหมุนเวียนให้เหมาะกับบทบาทของระบบไฟฟ้า
พลังงานหมุนเวียนแต่ละประเภทมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งช่วงเวลาการผลิต ความต่อเนื่องและศักยภาพในการสนับสนุนระบบไฟฟ้า นโยบายจึงควรส่งเสริมให้แต่ละเทคโนโลยีทำหน้าที่ในสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุด - มุ่งสู่การสร้าง “คุณค่าต่อระบบไฟฟ้า” (System Value)
การรับซื้อไฟฟ้าในอนาคต จะคำนึงถึงประโยชน์ที่ระบบไฟฟ้าได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้าในช่วงเวลาที่ระบบต้องการ การช่วยเสริมความมั่นคงของระบบ และการใช้โครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการพิจารณาเฉพาะปริมาณกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว - พัฒนาระบบไฟฟ้าควบคู่กับพลังงานหมุนเวียน
การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ควรดำเนินควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และเทคโนโลยีบริหารจัดการ เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง ยืดหยุ่น และรองรับพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ - สร้างสมดุลระหว่างพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
นโยบายพลังงานในอนาคต ควรมุ่งสร้างประโยชน์ร่วมกันนทุกมิติ ทั้งความมั่นคงด้านพลังงาน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
